01การศัลยกรรมดึงหน้าคืออะไร

การศัลยกรรมดึงหน้าคืออะไร การศัลยกรรม ดึงหน้า คือ การผ่าตัดเสริมความงามด้วยการดึงเก็บชั้นผิวหนังให้ตึงเพื่อยกกระชับใบหน้า พร้อมกำจัดผิวหนังส่วนเกินที่หย่อนคล้อย สร้างใบหน้าที่ดูอ่อนกว่าวัย ลดผิวหย่อนคล้อย พร้อมช่วยให้ผิวหน้าบริเวณแก้มและกรามเรียบเนียนขึ้น แต่การดึงหน้าจะไม่สามารถแก้ไขปัญหาริ้วรอยหรือร่องลึกที่ถูกทำร้ายจากแสงแดดได้
02ดึงหน้าให้เป๊ะปัง ด้วยเทคนิคเหล่านี้
ดึงหน้าให้เป๊ะปัง ด้วยเทคนิคเหล่านี้ ใบหน้าของเราจะมีโครงสร้างผิวหนังอยู่ 4 ชั้น คือ ชั้นผิวหนัง ชั้นไขมัน ชั้นเนื้อเยื่อ SMAS และชั้นกล้ามเนื้อ ด้วยความที่ใบหน้ามีหลายชั้นทำให้การ ดึงหน้า นั้นมีเทคนิคการดึงอยู่หลายแบบ แต่เทคนิคที่สำคัญที่ควรรู้ก่อนทำ มีด้วยกัน 2 แบบ คือ
03การดึงผิวหนังและเนื้อเยื่อใต้ผิวหนังชั้นตื้น (Subcutaneous Face Lifting)
การดึงผิวหนังและเนื้อเยื่อใต้ผิวหนังชั้นตื้น (Subcutaneous Face Lifting) เป็นการ ผ่าตัดดึงหน้า ลงลึกแค่ชั้นผิวหนังและชั้นไขมัน ข้อดีของการ ดึงหน้า ชั้นตื้นคือง่ายต่อการผ่าตัด ไม่ต้องเสียเวลาพักฟื้นนานเพราะแผลหายเร็ว ทั้งยังให้ผลลัพธ์ที่ดีในการดึงบริเวณหางตา แก้ม และลำคอ เหมาะกับการผ่าตัดซ้ำ
หรือเพื่อแก้ไขงาน นอกจากนั้นยังมีราคาที่ไม่สูง ประหยัดค่าใช้จ่ายได้อีกด้วย แต่การ ดึงหน้า ชั้นตื้นก็มีข้อเสียตรงที่ผลลัพธ์การผ่าตัดอาจเห็นผลไม่ชัดเจน ไม่ค่อยเป็นธรรมชาติ และอยู่ได้ไม่นาน เพราะไม่ได้ผ่าตัดลงลึกไปถึงชั้นเนื้อเยื่อที่มีเอ็นตะปูยึดใบหน้าไว้ จึงไม่เหมาะกับคนที่มีความหย่อนคล้อยมากหรือคนที่มีน้ำหนักมาก
นอกจากนั้นยังทำให้เกิดแรงตึงตามแผลผ่าตัดอย่างมาก มีโอกาสที่จะเกิดแผลคีลอยด์หรือแผลเป็นนูนได้
04การผ่าตัดดึงผิวหน้าในแนวลึก (Deep Plane Facelift)
การผ่าตัดดึงผิวหน้าในแนวลึก (Deep Plane Facelift) คือการ ผ่าตัดดึงหน้า ที่ลงลึกถึงชั้นเนื้อเยื่อ SMAS ซึ่งเป็นเทคนิคที่นิยมใช้ในการผ่าตัดมากกว่าแบบชั้นตื้น เพราะข้อดีของเทคนิคนี้คือให้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพ ดูเป็นธรรมชาติ และอยู่ได้ยาวนานมากกว่า เนื่องจากเป็นการ ดึงหน้า ในชั้นเนื้อเยื่อที่มีเอ็นตะปูยึดใบหน้า
ทำให้แก้ไขปัญหาใบหน้ายากๆ ได้ เช่น ร่องมุมปาก แก้มที่หย่อนคล้อยมาก เป็นต้น ยิ่งไปกว่านั้นการผ่าตัดชั้นลึกจะทำให้มีแรงตึงตามแผลผ่าตัดน้อยกว่า โอกาสที่จะเกิดแผลนูนหรือแผลคีลอยด์จึงน้อยกว่าด้วย อย่างไรก็ตามเทคนิคการผ่าตัดนี้ก็มีค่าใช้จ่ายสูง อีกทั้งเป็นการผ่าตัดที่ยากและใช้เวลานานเพราะใกล้กับชั้นกล้ามเนื้อและเส้นประสาท
แพทย์จึงต้องมีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญเป็นอย่างมาก
05ผ่าตัดดึงหน้า สามารถทำส่วนใดได้บ้าง
ผ่าตัดดึงหน้า สามารถทำส่วนใดได้บ้าง เพราะใบหน้าในแต่ละจุดจะมีปัญหาที่แตกต่างกันไป จึงสามารถผ่าตัดบริเวณอื่นหรือทำเฉพาะจุดได้ ไม่จำเป็นที่จะต้องผ่าตัดทั้งใบหน้าเพื่อแก้ไขปัญหาเพียงจุดเดียว ส่วนที่สามารถเลือกทำเฉพาะจุดได้จะมีดังต่อไปนี้
ดึงหน้าผาก (Forehead Lift) ช่วยลดรอยย่นที่พับเป็นจีบบนหน้าผาก ยกคิ้วให้สูงขึ้น และสามารถลดระยะห่างระหว่างไรผมกับคิ้วได้ ดึงใบหน้าส่วนบน (Upper Facelift/Temporal Lift) ช่วยแก้ไขปัญหาตีนกา หางตาตก และหนังตาหย่อน ที่เป็นสาเหตุทำให้อารมณ์บนใบหน้าดูเศร้าหมอง พร้อมทั้งยังช่วยยกโหนกแก้มให้สูงขึ้นด้วย
ดึงใบหน้าส่วนกลางและส่วนล่าง (Lower Facelift) ช่วยทำให้ร่องแก้ม ร่องน้ำหมากดูตื้นขึ้น แก้ไขปัญหามุมปากตกหรือคว่ำลง พร้อมช่วยลดระยะห่างระหว่างจมูกกับริมฝีปากได้ และยังทำให้กรอบหน้าดูชัดขึ้นได้อีกด้วย ดึงคอ (Neck Lift) แก้ปัญหาเหนียงและคางสองชั้น ทั้งยังช่วยลดรอยพับที่คอ และสามารถ
เพิ่มความเต่งตึงระหว่างลำคอกับกระดูกไหปลาร้าได้
06ขั้นตอนการดึงหน้า
ขั้นตอนการดึงหน้า เริ่มต้นการผ่าตัดด้วยการฉีดยาชาเฉพาะที่หรือดมยาสลบ โดยการเลือกฉีดยาหรือดมยาสลบนั้นจะเป็นไปตามความต้องการของแต่ละบุคคลหรือตามการวินิจฉัยของแพทย์ เปิดแผลเพื่อทำการผ่าตัด โดยแพทย์จะเปิดแผลบริเวณรอยต่อระหว่างใบหน้ากับใบหูและขมับ ซึ่งเป็นบริเวณเดียวกับแนวเส้นผม ทำให้มองไม่เห็นรอยแผล
และเมื่อเวลาผ่านไปจนแผลหายสนิทแล้วก็จะแทบไม่เหลือรอยแผลผ่าตัดเลย หลังจากเปิดแผลแล้วจะทำการเลาะผิวหนังลงไปถึงชั้นเนื้อเยื่อ SMAS แล้วดึงมาเย็บติดใหม่ในตำแหน่งที่แข็งแรงและเหมาะสม เมื่อผ่าตัดชั้น SMAS เรียบร้อยแล้วจึงดึงชั้นผิวหนังบนสุดให้ตึงแล้วตัดผิวหนังส่วนเกินนั้นออก เย็บแผลด้วยไหมเส้นเล็ก
และใช้เทคนิคการเย็บแบบพิเศษที่ปิดแผลได้สวยงาม รวมใช้เวลาในการผ่าตัดประมาณ 2-4 ชั่วโมง ต่อจากนั้นให้พักฟื้นที่สถานพยาบาลประมาณ 1 วัน และอีกประมาณ 7-10 วัน จะสามารถตัดไหมเย็บแผลออกได้
07การเตรียมตัว และการดูแลหลังดึงหน้า
การเตรียมตัว และการดูแลหลังดึงหน้า ความใส่ใจในการเตรียมตัวและการดูแลหลังทำการ ผ่าตัดดึงหน้า เป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้ผลลัพธ์ออกมาดีมีประสิทธิภาพตามที่คาดหวัง ข้อแนะนำก่อนและหลัง ดึงหน้า นั้นมีรายละเอียดดังนี้
08การเตรียมตัวก่อนดึงหน้า
การเตรียมตัวก่อนดึงหน้า 6 เดือนก่อนผ่าตัดงดยารักษาสิวชนิดที่มีส่วนผสมของวิตามิน A และงดการทำ โบท็อก ฟิลเลอร์ บริเวณใบหน้า 3 เดือนก่อนผ่าตัดงดทำหัตถการเช่น ร้อยไหม เลเซอร์ 2 สัปดาห์ก่อนการผ่าตัดให้งดรับประทานยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด เช่น แอสไพริน รวมไปถึงอาหารเสริมที่มีผลต่อการบวมช้ำของแผล
เช่น วิตามินเอ น้ำมันตับปลา 2 สัปดาห์ก่อนการผ่าตัดให้งดสูบบุหรี่และงดดื่มแอลกอฮอล์ เพราะทำให้แผลหายช้า และอาจไปกระตุ้นให้เกิดการอักเสบของแผลได้ งดรับประทานอาหารและน้ำก่อนการผ่าตัด 6-8 ชั่วโมง ทำความสะอาดร่างกาย อาบน้ำสระผมให้เรียบร้อยก่อนทำการผ่าตัด รวมถึงสวมใส่ชุดที่สะดวกสบายใน
วันที่มาผ่าตัดเพื่อความสะดวกในการเปลี่ยนชุด
09การดูแลตัวเองหลังดึงหน้า
การดูแลตัวเองหลังดึงหน้า หลังผ่าตัดให้สวมใส่ผ้ารัดหน้า และประคบเย็นรอบๆ แผลเป็นเวลา 3 วัน เพื่อช่วยลดอาการบวมช้ำ ควรระมัดระวังไม่ให้โดนแผลโดยตรง นอนศีรษะสูงเพื่อลดอาการบวม พร้อมกับหลีกเลี่ยงการโดนน้ำและการกระแทกที่ใบหน้าและลำคอเป็นเวลา 7 วัน ใช้ไม้พันสำลีชุบน้ำเกลือซับที่แผลอย่างเบามือเพื่อทำความสะอาดแผล
งดสูบบุหรี่ งดรับประทานอาหารรสจัด ของหมักดอง อาหารทะเล อาหารเสริม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์และงดกิจกรรมออกกำลังกายทุกชนิดที่ทำให้เกิดการกระทบกระเทือน เป็นเวลา 2 สัปดาห์ รับประทานยาตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด
10ใครบ้างที่เหมาะกับการดึงหน้า
ใครบ้างที่เหมาะกับการดึงหน้า การ ดึงหน้า เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาริ้วรอยต่างๆ มีรอยย่นบนหน้าผาก ผู้ที่มีปัญหาตา แก้ม และลำคอหย่อนคล้อยไม่กระชับ มีเหนียงหรือคางสองชั้น นอกจากนั้นการดึงหน้ายังช่วยแก้ปัญหาตีนกา ร่องลึกที่ใต้ตา ร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก เหมาะกับผู้ที่มีอายุแล้วแต่ต้องการให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์มากขึ้น รวมไปถึงเหมาะกับผู้ที่มีปัญหาใบหน้าที่ให้ความรู้สึกเหมือนเศร้าหมองตลอดเวลาจากการที่มีคิ้ว หางตา หรือมุมปากตกลง การดึงหน้าก็สามารถช่วยตอบโจทย์ปัญหาเหล่านี้ได้เช่นกัน
11ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้จากการผ่าตัดดึงหน้า
ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้จากการผ่าตัดดึงหน้า อย่างที่กล่าวไปว่าการศัลยกรรม ดึงหน้า นั้นทำในบริเวณที่ใกล้กับกล้ามเนื้อใบหน้าและเส้นประสาท และทุกการผ่าตัดนั้นย่อมมีความเสี่ยงอยู่เสมอไม่มากก็น้อย ซึ่งการ ดึงหน้า มีโอกาสที่จะเกิดผลข้างเคียงหรือภาวะแทรกซ้อนได้ดังต่อไปนี้
ภาวะเลือดออกหรือห้อเลือด มักพบในผู้ที่สูบบุหรี่จัดหรือผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับเลือด เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน เป็นต้น อาการที่แสดงคือ คลื่นไส้อาเจียน ไอ มีก้อนห้อเลือด หรือเจ็บแผลมากผิดปกติหลังผ่าตัด ผิวไม่เรียบ อาจเกิดจากการมีเลือดออกหรือน้ำเหลืองคั่งเฉพาะจุด โดยปกติจะสามารถหายเองได้โดยการนวดเบาๆ
แต่ถ้าผิวยังคงไม่เรียบ แพทย์อาจพิจารณาให้ฉีดฟิลเลอร์หรือฉีดไขมันเพื่อทำให้ผิวเรียบ รอยแผลเป็น มีโอกาสที่จะเป็นแผลเป็นนูน หรือแผลเป็นคีลอยด์ที่เกิดจากแรงตึงของแผลผ่าตัด รวมไปถึงพันธุกรรมก็สามารถทำให้เกิดรอยแผลเป็นได้ การยึดของเส้นประสาทบนใบหน้า เป็นผลข้างเคียงที่พบได้น้อยมาก เป็นภาวะที่กล้ามเนื้อหรือเส้นประสาทบนหน้าบางส่วนไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ
แต่โดยส่วนมากแล้วจะกลับมาเป็นปกติได้ภายใน 3-6 เดือน
12FAQ
FAQ พอจะรู้จักและเข้าใจการศัลยกรรม ดึงหน้า กันบ้างแล้ว มาตอบคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับหัตถการนี้กันบ้าง เพื่อให้ผู้อ่านนำไปประกอบการตัดสินใจในการเลือกทำหัตถการ
13เลือกทำศัลยกรรมดึงหน้าที่ไหนดี
เลือกทำศัลยกรรมดึงหน้าที่ไหนดี สามารถทำได้ที่สถานพยาบาลเสริมความงามตามความสะดวก แต่ควรเลือกสถานพยาบาลที่มีใบอนุญาตและมีมาตรฐาน อย่างที่วลีรัตน์คลินิกมีใบอนุญาตอย่างถูกต้อง พร้อมทั้งมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์สูงที่จะคอยดูแลให้คำแนะนำ รวมถึงมีเครื่องมืออุปกรณ์การแพทย์ที่ทันสมัยอีกด้วย
14ผ่าตัดดึงหน้าอยู่ได้นานกี่ปี
ผ่าตัดดึงหน้าอยู่ได้นานกี่ปี โดยเฉลี่ยแล้วสามารถอยู่ได้นาน 5 ปี หากมีการดูแลตัวเองที่ดีอาจคงอยู่ได้ยาวนานถึง 10 ปี
15หลังจากดึงหน้ากี่วันหาย และดีขึ้น
หลังจากดึงหน้ากี่วันหาย และดีขึ้น ใช้เวลาพักฟื้นประมาณ 3-4 วันจึงจะหายดีขึ้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับผลลัพธ์ของแต่ละบุคคล
16หลังผ่าตัดดึงหน้าจะเกิดรอยแผลเป็นหรือไม่
หลังผ่าตัดดึงหน้าจะเกิดรอยแผลเป็นหรือไม่ โดยปกติหลังจากแผลหายดีแล้วจะไม่เกิดรอยแผลเป็นทิ้งไว้ แต่ก็มีโอกาสเกิดรอยแผลเป็นกับการดึงหน้าในผิวหนังชั้นตื้นได้เช่นกัน
17การดึงหน้าสามารถทำได้ตั้งแต่อายุเท่าไร
การดึงหน้าสามารถทำได้ตั้งแต่อายุเท่าไร สามารถทำได้ตั้งที่ผิวหนังบริเวณใบหน้ามีการหย่อยคล้อน แต่การดึงหน้าส่วนใหญ่มักจะทำกับผู้ที่มีอายุมาก ซึ่งเป็นวัยที่มีความหย่อนคล้อยมากแล้ว
อยากปรึกษาคุณหมอใช่ไหม?
ส่งรูปหรือเล่าปัญหามาทางไลน์ ทีมหมอจะแนะนำคอร์สและช่วงราคาให้ก่อนเข้าคลินิก
18คำถามที่พบบ่อย
การดึงหน้าชั้นตื้นใน Waleerat Clinic ปี 2026 มีราคาเท่าไหร่?+
การดึงหน้าชั้นตื้นกับเทคนิคอื่นๆ ต่างกันอย่างไร?+
การดึงหน้าชั้นตื้นปลอดภัยไหม?+
Is the price of a facelift at Waleerat Clinic in Bangkok fixed?+
When can I see results after a subcutaneous face lift?+
Can I do a subcutaneous face lift during a 5-day trip to Bangkok?+
19ภาพประกอบเพิ่มเติม
20แหล่งอ้างอิงเพิ่มเติม
- Dermabrasion for acne scars in Thailand – Costs and Packages 2026Dermabrasion for acne scars in Thailand typically costs from $700 / ฿23,800 to $1,300 / ฿44,200. The total price depends on the treatment
- Dermabrasion Clinics in Sathon | 2026 Prices - MyMediTravelDermabrasion clinics in Sathon at the best price. Find doctors, specialized in Dermatology and compare prices, costs and reviews.
- Dermabrasion in Thailand – Costs and Packages 2026 - BookimedDermabrasion in Thailand typically costs from $1,000 / ฿34,000 to $1,000 / ฿34,000. Final prices depend on the treatment area size, technique used,
- Clinics on speciality Dermabrasion in Thailand - MediGlobus... Dermabrasion. Medical tourism · Clinics · Thailand · Dermatology; Dermabrasion. Thailand clinics ... Dermabrasion: 779(treatments). Price on request. Bangkok,
อ้างอิงจากแหล่งภายนอก · ตรวจสอบล่าสุด 2026-04-30









