Juvelook (Korean medical device) · วลีรัตน์คลินิก

โปรแกรม Juvelook — PDLLA Skin Booster

สยามสแควร์วัน · BTS สยาม ทางออก 3

จูวีลุค (Juvelook) คือ Skin Booster ชนิด PDLLA (Poly-D,L-Lactic Acid) จากเกาหลีใต้ — ฉีดเข้าชั้นผิวเพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่อย่างค่อยเป็นค่อยไปใน 6-12 สัปดาห์ ทำให้ผิวฉ่ำโกลว์ กระชับ และมีความชุ่มชื้นยาวนานต่อเนื่อง 6-12 เดือน เหมาะมากกับการฉีดใต้ตาเพราะให้ความสว่างโดยไม่เพิ่มโวลุ่ม

Dr. Waleerat
ผู้ก่อตั้ง · แพทย์อำนวยการ
จอง
ปรึกษา · ไม่ต้องมัดจำ · ตอบใน 10-15 นาที
โปรแกรม Juvelook — PDLLA Skin Booster ที่ Waleerat Clinic Bangkok
฿15,999 / 1 bottleเริ่มต้น
45นาที
KFDA
เกาหลีรับรอง
อย.
ไทยรับรอง
Juvelook (Korean medical device)
ผู้ผลิต
Lot ✓
ตรวจสอบหน้าคลินิก
ทำไมเลือก โปรแกรม Juvelook — PDLLA Skin Booster

ข้อดี 5 ข้อ

  • 1ลดเลือนริ้วรอยเล็ก ๆ ค่อยเป็นค่อยไป
  • 2ล็อคผิวอิ่มน้ำ ฉ่ำโกลว์
  • 3ช่วยให้หลุมสิวตื้นดูตื้นขึ้น
  • 4กระชับรูขุมขน เห็นชัด
  • 5เนื้อสารอ่อนโยน เหมาะกับใต้ตา

เหมาะกับใคร

ใต้ตาคล้ำ ใต้ตาตอบ
ผิวแห้ง ผิวหมองคล้ำ ขาดความฉ่ำ
ริ้วรอยเริ่มต้นและสัญญาณวัย
รูขุมขนกว้าง
หลุมสิวตื้น ผิวไม่เรียบเนียน
ขั้นตอน

4 ขั้นตอน · 45 นาที

  1. 1
    ผสมยา
    แพทย์ผสม Juvelook สดใหม่จากขวดสำหรับลูกค้าแต่ละราย
  2. 2
    ทำชา
    ทาชาภายนอกประมาณ 20 นาที
  3. 3
    ฉีดเป็นจุด ๆ
    ฉีด PDLLA microsphere เข้าชั้นผิวตามตำแหน่งที่วางแผน
  4. 4
    แนะนำการดูแล
    ประคบเย็น พร้อมคำแนะนำเรื่องกันแดดและการพักฟื้น 24 ชั่วโมง
การเตรียมตัวและดูแลหลังทำ โปรแกรม Juvelook — PDLLA Skin Booster

คำแนะนำตามงานวิจัยสำหรับหัตถการชนิดนี้ โดยแผนเป็นลายลักษณ์อักษรหลังแพทย์ประเมินจริงมีความสำคัญกว่าเสมอ

ก่อนมารับบริการ

  • แจ้งแพทย์เรื่องประวัติแพ้ การติดเชื้อหรืออักเสบ เลือดออกง่าย ยาและอาหารเสริม ภูมิคุ้มกัน ฟิลเลอร์หรือวัสดุเดิม และการตั้งครรภ์หรือให้นม
  • ยืนยันผลิตภัณฑ์จริงและสอบถามว่าแผนนี้ต้องนวดเฉพาะผลิตภัณฑ์หรือไม่ เพราะสารกระตุ้นแต่ละชนิดดูแลไม่เหมือนกัน

หลังทำ

  • รักษาความสะอาดบริเวณฉีด และงดกดหรือนวดเว้นแต่แผนเฉพาะผลิตภัณฑ์ระบุให้ทำ
  • ใช้สกินแคร์อ่อนโยนและสอบถามเวลาที่กลับไปแต่งหน้า ออกกำลังกาย เจอความร้อน และใช้ผลิตภัณฑ์ออกฤทธิ์ได้
  • เก็บข้อมูลผลิตภัณฑ์และมาตามนัดติดตาม

อาการที่อาจพบได้

  • อาจมีตุ่ม บวม แดง ระบม หรือช้ำชั่วคราว โดยระยะเวลาต่างกันตามสูตรและชั้นที่ฉีด

เมื่อใดควรติดต่อคลินิก

  • ติดต่อคลินิกเมื่อมีก้อนอยู่นาน ร้อนหรือแดงมากขึ้น มีของเหลว ไข้ หรืออักเสบล่าช้า
  • รับการดูแลเร่งด่วนเมื่อปวดผิดปกติ สีผิวเปลี่ยนชัด การมองเห็นเปลี่ยน หรือมีอาการทางระบบประสาท

ติดตามแบบ 1:1

ก่อนกลับ ทีมจะบันทึกบริการที่ได้รับ อาการที่คาดได้ ช่วงเวลาติดตาม และช่องทางติดต่อโดยตรง พร้อมจัดแพทย์ประเมินเมื่อจำเป็น

ดูช่องทางปรึกษาและติดตาม →
ราคา
เริ่ม ฿15,999 / 1 bottle
ปรึกษาแพทย์ — ก่อนตัดสินใจ

30 นาทีกับแพทย์ผู้มีใบประกอบวิชาชีพ ประเมินว่าคุณเหมาะกับหัตถการนี้หรือไม่ ถ้าไม่เหมาะเราจะบอกตรง ๆ

คู่มือช่วยตัดสินใจ

คำถามที่ควรตอบก่อนเลือกหัตถการ

อ่านแบบเปรียบเทียบตามปัญหา เป้าหมาย และระยะพักฟื้น แล้วจึงคุยกับแพทย์เพื่อประเมินเฉพาะบุคคล

  1. 01

    Rejuran, Juvelook, Sculptra หรือ Radiesse?

    ตัวช่วยเลือกแบบอ่านง่าย ระหว่างฟื้นฟูผิว กระตุ้นคอลลาเจน และเติมโครงสร้างหน้า

    • ตัวไหนเหมาะกับฟื้นผิว และตัวไหนเหมาะกับเติมโครงสร้างหน้า?
    • Rejuran, Juvelook, Sculptra และ Radiesse ต่างกันอย่างไร?
FAQ

คำถามที่พบบ่อย

คำถามจริงจากลูกค้า — ตอบโดยทีมแพทย์

Juvelook Classic ราคาเท่าไหร่ — ทำที่ไหน
Juvelook Classic ฿14,999 ใช้ PDLLA + HA กระตุ้นคอลลาเจน เหมาะใต้ตาและร่องแก้ม ทำ 2–3 ครั้งห่าง 4 สัปดาห์
บินมากรุงเทพฯ แค่ 5 วัน อยากได้ผิวฉ่ำวาวแบบ Juvelook เข็มเดียววันแรกพอมั้ย หรือต้องทำครบคอร์สจริง ๆ คะ
เข็มเดียวช่วยได้ค่ะ แต่ผลที่อยู่ตัวมักต้องทำ 2 ถึง 3 ครั้ง ห่างกันราว 4 ถึง 6 สัปดาห์ การทำ Juvelook เข็มแรกช่วงทริปช่วยเติมความชุ่มชื้นและเริ่มกระตุ้นคอลลาเจนได้ ลูกค้าต่างชาติเรามักทำเข็มแรกที่นี่ก่อน แล้วแนะนำให้ทำต่อตอนกลับหรือรอบหน้า ราคาเริ่มราว ฿1,999/cc ผลค่อย ๆ ขึ้นและแตกต่างกันในแต่ละคนค่ะ
เพื่อนจะจอง Profhilo วันเดียวกัน ส่วนเราอยากทำ Juvelook ที่แก้ม ถ้ามาคู่กันทำสองอย่างพร้อมกันมีราคาแพ็กเกจมั้ยคะ
จองพร้อมกันและทำในวันเดียวได้ค่ะ การทำ Juvelook คู่กับ Profhilo คนละจุดก็เป็นคู่ที่นิยม Juvelook เริ่มราว ฿1,999/cc ส่วน Profhilo คิดแยก คุณหมอจะประเมินความเหมาะสมและพูดคุยเรื่องราคาเมื่อพบหน้า เพราะจำนวน cc ที่ต้องใช้ต่างกันในแต่ละหน้าค่ะ
เพิ่งคลอดลูกและยังให้นมอยู่ ตอนนี้ทำ Juvelook ได้มั้ย หรือควรรอไปก่อนดีคะ เป็นห่วงเรื่องความปลอดภัย
โดยทั่วไปแนะนำให้รอจนหยุดให้นมก่อนทำ Juvelook ค่ะ เพราะสารกระตุ้นคอลลาเจนชนิดฉีดยังไม่มีข้อมูลศึกษาในคนตั้งครรภ์หรือให้นม ถือเป็นการระวังไว้ก่อน ไม่ใช่ว่าอันตราย รบกวนแจ้งคุณหมอตอนปรึกษา ระหว่างนี้เราแนะนำทางเลือกที่อ่อนโยนแบบไม่ฉีดให้ได้ ผลลัพธ์แตกต่างกันและต้องปรึกษาก่อนค่ะ
มีเวลาแค่เสาร์อาทิตย์สั้น ๆ แล้วต้องไปงานแต่งต่อเลย Juvelook พักฟื้นนานมั้ย แล้วบินกลับวันรุ่งขึ้นได้เลยมั้ยคะ
Juvelook พักฟื้นน้อยค่ะ หลายคนเดินทางวันรุ่งขึ้นได้ อาจมีแค่รอยแดงหรือบวมเล็กน้อยตรงจุดที่ฉีด ซึ่งมักยุบใน 48 ถึง 96 ชั่วโมง และอาจมีตุ่มนูนเล็ก ๆ ชั่วคราว ถ้าจะไปงานสำคัญแนะนำให้จองล่วงหน้าอย่างน้อย 1 ถึง 2 สัปดาห์ เผื่อให้อาการบวมยุบสนิท ผลลัพธ์ต่างกันในแต่ละคนค่ะ
ผิวรอบดวงตาเริ่มมีริ้วบาง ๆ แล้วดูโทรมล้า ถ้าจะทำ Juvelook กับปัญหาแบบนี้ต้องทำกี่ครั้ง แล้วประมาณกี่ cc คะ
สำหรับผิวบางมีริ้ว ส่วนใหญ่ทำ 2 ถึง 3 ครั้ง ห่างกันราว 4 ถึง 6 สัปดาห์ โดยปริมาณต่อจุดให้คุณหมอกำหนดค่ะ จำนวน cc จริงขึ้นกับโครงหน้าและยืนยันเมื่อพบหน้า ราคาเริ่มราว ฿1,999/cc บริเวณใต้ตาบอบบาง จึงต้องให้คุณหมอประเมินก่อนเสมอ และบางครั้งอาจไม่เหมาะกับการทำตรงจุดนี้ค่ะ
คำถามอื่นอีก 16 ข้อ
เห็นคนแนะนำ Juvelook กับ Profhilo คู่กันบ่อย จริง ๆ ต่างกันยังไง แล้วผิวหมองล้าเริ่มหย่อนคล้อยควรเลือกตัวไหนดีคะ
ต่างกันที่กลไกค่ะ Juvelook เป็นสารกระตุ้น PDLLA ผสม HA ที่ช่วยให้ผิวค่อย ๆ สร้างคอลลาเจนของตัวเองให้กระชับขึ้น ส่วน Profhilo เป็น HA บริสุทธิ์เน้นเติมน้ำและปรับคุณภาพผิว ถ้าผิวหมองและเริ่มหย่อน มักแนะนำ Juvelook บางครั้งทำร่วมกับ Profhilo Juvelook เริ่มราว ฿1,999/cc คุณหมอจะแนะนำตัวที่เหมาะกับผิวคุณค่ะ
Juvelook เป็นฟิลเลอร์ใช่ไหม?
Juvelook เป็น Skin Booster กระตุ้นคอลลาเจน ไม่ใช่ฟิลเลอร์เติมโวลุ่ม จะปรับคุณภาพผิว — ผิวสัมผัส ความชุ่มชื้น ความกระชับ — แทนการเติม HA
เหมาะกับบริเวณใด?
นิยมใต้ตาเพื่อความสว่าง เพิ่มความฉ่ำให้ทั้งใบหน้าก่อนงานสำคัญ และดูแลรูขุมขนกับหลุมสิวตื้น
ทำกี่ครั้ง?
ส่วนใหญ่ทำ 2–3 ครั้ง ห่างกัน 4–6 สัปดาห์ จะเห็นผลชัดเจน แพทย์จะปรับแผนตามสภาพผิว
Juvelook ช่วยอะไร? เห็นผลอะไรได้บ้าง?
Juvelook ช่วยใน 4 ด้านหลัก: (1) กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ในชั้นผิว ทำให้ผิวแน่นกระชับขึ้นใน 6-12 สัปดาห์ (2) เพิ่มความฉ่ำโกลว์ดูสุขภาพดี เหมือนผิวเด็ก (3) ลดริ้วรอยตื้นและรอยพับเล็ก ๆ (4) เพิ่มความสว่างใต้ตา (under-eye brightness) โดยไม่บวมแบบ HA filler เหมาะกับคนอายุ 25+ ที่อยากเริ่มต้น anti-aging แบบ proactive ก่อนเกิดริ้วรอยลึก
Juvelook before and after เห็นผลกี่สัปดาห์?
Before and after ของ Juvelook ส่วนใหญ่จะเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงที่สัปดาห์ 4 (ผิวเริ่มฉ่ำโกลว์ขึ้น) ผลชัดที่สัปดาห์ 6-8 (คอลลาเจนสร้างใหม่) และผลเต็มที่สัปดาห์ 12 (firmness + glow ครบ) — รูป before/after ที่ดูเปลี่ยนชัดส่วนใหญ่ถ่ายห่างกัน 8-12 สัปดาห์ ผลอยู่ได้ 6-12 เดือนหลังคอร์สเต็ม (2-3 ครั้ง)
Juvelook ราคาเท่าไหร่?
ที่วลีรัตน์คลินิก Juvelook เริ่มต้น ฿1,999 ต่อ cc ราคารวมขึ้นกับจำนวน cc และพื้นที่ที่ดูแล แพทย์จะประเมินปริมาณที่เหมาะสมให้ในวันปรึกษา (ปรึกษาแพทย์ก่อนตัดสินใจ)
Juvelook ใช้กี่ cc ต่อครั้ง?
ปริมาณขึ้นกับพื้นที่และสภาพผิวของแต่ละบุคคล โดยทั่วไปการดูแลทั้งใบหน้าใช้ประมาณ 2–4 cc ต่อครั้ง ส่วนจุดเฉพาะใช้น้อยกว่า แพทย์จะประเมินและออกแบบให้เหมาะกับคุณโดยเฉพาะ
ฉีด Juvelook ใต้ตาได้ไหม ใช้กี่ cc?
ฉีดได้ แต่บริเวณใต้ตาเป็นจุดละเอียดอ่อน ต้องทำโดยแพทย์และประเมินปริมาณเฉพาะบุคคล โดยทั่วไปใช้ปริมาณน้อยและเน้นเทคนิคชั้นลึกเพื่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ
Juvelook ต่างจาก Skin Booster แบบ HA อย่างไร?
Juvelook เป็น PDLLA ที่กระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจนของตัวเอง ผลค่อยเป็นค่อยไปและอยู่ได้นานกว่า ต่างจาก Skin Booster แบบ HA ที่เน้นเติมความชุ่มชื้นทันทีแต่สลายเร็วกว่า
Juvelook อยู่ได้นานไหม?
ผลจากการกระตุ้นคอลลาเจนมักอยู่ได้ราว 12–18 เดือน แนะนำดูแลซ้ำทุก 9–12 เดือนเพื่อคงผลลัพธ์ ทั้งนี้ผลขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล
Juvelook — PDLLA Skin Booster ฮาลาลหรือไม่ เหมาะกับผู้ที่เลี่ยงส่วนประกอบจากสัตว์ไหม?
ไฮยาลูรอนิคแอซิดผลิตจากการหมักด้วยแบคทีเรีย Streptococcus zooepidemicus ไม่ได้มาจากสัตว์ — แบรนด์หลัก (Juvederm, Restylane) ได้รับการยืนยันว่าฮาลาลโดย LPPOM-MUI หากคุณเลี่ยงส่วนประกอบจากสัตว์ หัตถการนี้ใช้ได้ แจ้งแพทย์ในวันปรึกษา แล้วเราจะยืนยันผลิตภัณฑ์และล็อตที่ใช้จริงในวันนั้นให้ ข้อมูลนี้อ้างอิงจากส่วนประกอบที่ใช้ ไม่ใช่ใบรับรองฮาลาล
ขั้นตอนของ Juvelook ทำอะไรบ้าง
ผสมยา — แพทย์ผสม Juvelook สดใหม่จากขวดสำหรับลูกค้าแต่ละราย. ทำชา — ทาชาภายนอกประมาณ 20 นาที. ฉีดเป็นจุด ๆ — ฉีด PDLLA microsphere เข้าชั้นผิวตามตำแหน่งที่วางแผน. แนะนำการดูแล — ประคบเย็น พร้อมคำแนะนำเรื่องกันแดดและการพักฟื้น 24 ชั่วโมง. แพทย์เป็นผู้ประเมินและกำหนดแผนก่อนเริ่ม จำนวนและตำแหน่งขึ้นกับการประเมินหน้าจริง
Juvelook เหมาะกับใคร
ใต้ตาคล้ำ ใต้ตาตอบ · ผิวแห้ง ผิวหมองคล้ำ ขาดความฉ่ำ · ริ้วรอยเริ่มต้นและสัญญาณวัย · รูขุมขนกว้าง · หลุมสิวตื้น ผิวไม่เรียบเนียน แพทย์เป็นผู้ประเมินว่าเหมาะกับคุณหรือไม่ และมีบางรายที่แพทย์อาจแนะนำว่าไม่ควรทำ
Juvelook เจ็บไหม
การระงับความรู้สึกสำหรับหัตถการนี้: ยาชาทาภายนอก ใช้เวลาประมาณ 45 นาที ความรู้สึกแตกต่างกันในแต่ละคน หากกังวลเรื่องความเจ็บ ควรแจ้งแพทย์ตอนประเมิน
Juvelook พักฟื้นนานแค่ไหน
ระยะพักฟื้น: แดงเล็กน้อยไม่กี่ชั่วโมง อาจมีตุ่มเล็ก ๆ 24–48 ชั่วโมง ระยะเวลาแตกต่างกันในแต่ละคน หากมีนัดสำคัญหรือแผนเดินทาง ควรถามแพทย์ก่อนวางแผน

Sculptra, Radiesse, Ellansé, Profhilo, Juvelook และ Rejuran — เลือกอย่างไร

Sculptra, Radiesse และ Ellansé เป็นกลุ่มโครงสร้าง ฉีดลงชั้นลึกกว่า แล้วร่างกายสร้างคอลลาเจนของตัวเองขึ้นรอบ ๆ วัสดุ Sculptra คือ poly-L-lactic acid ทำงานแบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่ได้เพิ่มวอลุ่มในวันที่ทำ ส่วน Radiesse คือ calcium hydroxylapatite และ Ellansé คือ polycaprolactone ทั้งคู่มีเจลที่ให้วอลุ่มตั้งแต่วันที่ทำ โดยผลจากคอลลาเจนตามมาทีหลัง ส่วน Profhilo, Juvelook และ Rejuran เป็นกลุ่มผิว Profhilo คือไฮยาลูรอนิกแอซิดแบบไฮบริดที่ใช้เติมความชุ่มชื้นและปรับสภาพผิวเป็นบริเวณ Juvelook คือ PDLLA เน้นความกระจ่างใสและความกระชับ ส่วน Rejuran คือพอลินิวคลีโอไทด์สกัดบริสุทธิ์จากปลาแซลมอน ใช้เพื่อการซ่อมแซมและผิวสัมผัส กลุ่มผิวไม่ได้คืนวอลุ่มที่หายไป และกลุ่มโครงสร้างก็ไม่ได้แก้คุณภาพผิว คนไข้จำนวนมากจึงทำอย่างละอย่างมากกว่าจะเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง

คนไข้ส่วนใหญ่เริ่มจากฝั่งผิวก่อน เพราะภาระผูกพันน้อยกว่า Juvelook มีราคาเริ่มต้นต่ำที่สุดในกลุ่มนี้ที่ 1,999 บาทต่อซีซี ส่วน Profhilo เป็นโปรแกรมสองครั้งห่างกันหนึ่งเดือน งานฝั่งโครงสร้างเป็นการตัดสินใจที่ใหญ่กว่า — Radiesse เริ่มที่ 15,000 บาทต่อหลอด Sculptra และ Ellansé เริ่มที่ 25,000 บาท — และมักวางแผนหลังจากแพทย์ประเมินแล้วว่าวอลุ่มหายไปมากแค่ไหน ส่วน Rejuran อยู่แยกจากทั้งสองฝั่ง เพราะเลือกใช้เพื่อการซ่อมแซม คือหลุมสิวและผิวใต้ตาที่บางลง มากกว่าเพื่อความกระจ่างใสหรือวอลุ่ม ผลลัพธ์แตกต่างกันในแต่ละบุคคล

กลางใบหน้าหรือแนวกรามที่อยากให้ชัดขึ้น โดยไม่ต้องรอเป็นเดือน
เจล calcium hydroxylapatite ให้วอลุ่มตั้งแต่วันที่ทำ และผลจากคอลลาเจนตามมาในช่วง 8–12 สัปดาห์ โปรแกรม Radiesse
วอลุ่มลดลงทั่วใบหน้า และอยากให้เปลี่ยนแบบค่อยเป็นค่อยไป
poly-L-lactic acid ไม่ได้เพิ่มวอลุ่มในวันที่ทำ วอลุ่มที่ได้คือคอลลาเจนที่สร้างขึ้นเองใน 3–6 เดือน โปรแกรม Sculptra
อยากคืนวอลุ่มแล้วให้อยู่ได้นานที่สุดเท่าที่ผลิตภัณฑ์เดียวจะทำได้
polycaprolactone ให้วอลุ่มตั้งแต่วันที่ทำ ผลจากคอลลาเจนอ่านได้ที่เดือน 3–4 และอยู่ได้ราว 12–18 เดือนในรุ่น S โปรแกรม Ellansé
ผิวเสียความกระชับและความกระจ่างใส รวมถึงลำคอและหน้าอกส่วนบน
โปรแกรมไฮยาลูรอนิกแอซิดแบบไฮบริด สองครั้งห่างกันหนึ่งเดือน เห็นการเปลี่ยนแปลงจากราวสัปดาห์ที่สี่ โปรแกรม Profhilo
ผิวหมองคล้ำ ขาดน้ำ รูขุมขนกว้าง และริ้วรอยตื้น ๆ
บูสเตอร์ PDLLA ผิวกระจ่างขึ้นในราวสองสัปดาห์ ความกระชับจากคอลลาเจนขึ้นสูงสุดราวสัปดาห์ที่แปด โปรแกรม Juvelook
หลุมสิว หรือผิวใต้ตาที่บางและเหี่ยวย่น
พอลินิวคลีโอไทด์สกัดบริสุทธิ์จากปลาแซลมอน ใช้เพื่อการซ่อมแซม ทำเป็นคอร์สสามครั้ง ห่างกันสามสัปดาห์ โปรแกรม Rejuran
โปรแกรม RadiesseFrom ฿22,999 / 1 bottleช้ำเล็กน้อย 3–5 วัน เข้าที่เต็มที่ 1–2 สัปดาห์
โปรแกรม SculptraFrom ฿25,000 / 1 bottleฟกช้ำเล็กน้อย 2–3 วัน
โปรแกรม EllanséFrom ฿25,000 / syringe (S grade)อาจบวมหรือช้ำเล็กน้อย ประมาณ 3–7 วัน ส่วนน้อยอาจนานกว่านั้น
โปรแกรม ProfhiloFrom ฿22,999 / 1 bottle, 2ccบวมเล็กน้อยที่จุดฉีด
โปรแกรม RejuranFrom ฿9,999 / 2 ccช้ำเล็กน้อย + papules เล็ก 3–5 วัน หายเต็มที่ 7–10 วัน
พร้อมเริ่ม?

จองปรึกษาแพทย์ ผ่าน LINE @waleerat

ทักไลน์ตอนนี้ จะมีแอดมินตอบกลับใน 10-15 นาที (เวลาทำการ 11:00-19:00 ทุกวัน)