Sculptra, Radiesse, Ellansé, Profhilo, Juvelook และ Rejuran — เลือกอย่างไร
หกตัวฉีด และคำถามที่ถามกันมากที่สุดคือตัวไหนดีที่สุด แต่สามตัวในนี้ทำหน้าที่คืนโครงสร้างที่ใบหน้าเสียไป อีกสามตัวทำงานกับคุณภาพผิว สองอย่างนี้คนละงานกัน คำตอบจึงมักเริ่มจากตรงนี้
ความต่างที่ใช้ตัดสินใจ
Sculptra, Radiesse และ Ellansé เป็นกลุ่มโครงสร้าง ฉีดลงชั้นลึกกว่า แล้วร่างกายสร้างคอลลาเจนของตัวเองขึ้นรอบ ๆ วัสดุ Sculptra คือ poly-L-lactic acid ทำงานแบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่ได้เพิ่มวอลุ่มในวันที่ทำ ส่วน Radiesse คือ calcium hydroxylapatite และ Ellansé คือ polycaprolactone ทั้งคู่มีเจลที่ให้วอลุ่มตั้งแต่วันที่ทำ โดยผลจากคอลลาเจนตามมาทีหลัง ส่วน Profhilo, Juvelook และ Rejuran เป็นกลุ่มผิว Profhilo คือไฮยาลูรอนิกแอซิดแบบไฮบริดที่ใช้เติมความชุ่มชื้นและปรับสภาพผิวเป็นบริเวณ Juvelook คือ PDLLA เน้นความกระจ่างใสและความกระชับ ส่วน Rejuran คือพอลินิวคลีโอไทด์สกัดบริสุทธิ์จากปลาแซลมอน ใช้เพื่อการซ่อมแซมและผิวสัมผัส กลุ่มผิวไม่ได้คืนวอลุ่มที่หายไป และกลุ่มโครงสร้างก็ไม่ได้แก้คุณภาพผิว คนไข้จำนวนมากจึงทำอย่างละอย่างมากกว่าจะเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง
Sculptra, Radiesse, Ellansé, Profhilo, Juvelook และ Rejuran — เลือกอย่างไร
| โปรแกรม | เริ่มต้น | เวลาต่อครั้ง | ระยะพักฟื้น | ยาชา |
|---|---|---|---|---|
| คืนโครงสร้าง | ||||
| โปรแกรม Radiessecalcium hydroxylapatite | ฿15,000 / syringe · ฿28,000 / 2-syringe program | 30–45 นาทีต่อเซสชัน | ช้ำเล็กน้อย 3–5 วัน เข้าที่เต็มที่ 1–2 สัปดาห์ | ทำชาเฉพาะที่ด้วย lidocaine pre-mix |
| โปรแกรม Sculptrapoly-L-lactic acid | ฿25,000 | 45 นาที | ฟกช้ำเล็กน้อย 2–3 วัน | ยาชาทาภายนอก |
| โปรแกรม Ellansépolycaprolactone | ฿25,000 / syringe (S grade) | 45–60 นาที | อาจบวมหรือช้ำเล็กน้อย 1–3 วัน | ยาชาทาเฉพาะที่ แพทย์อาจเสริมยาชาเฉพาะจุดตามความเหมาะสม |
| ทำงานกับคุณภาพผิว | ||||
| โปรแกรม Profhiloไฮยาลูรอนิกแอซิดแบบไฮบริด | ฿14,000 | 45 นาที | บวมเล็กน้อยที่จุดฉีด | ยาชาทาภายนอก |
| โปรแกรม Juvelookไมโครสเฟียร์ PDLLA | ฿1,999 / cc | 45 นาที | แดงเล็กน้อยไม่กี่ชั่วโมง อาจมีตุ่มเล็ก ๆ 24–48 ชั่วโมง | ยาชาทาภายนอก |
| โปรแกรม Rejuranพอลินิวคลีโอไทด์ (จากปลาแซลมอน) | ฿6,500 / ampoule · ฿18,000 / 3-session program | 30–45 นาทีต่อเซสชัน | ช้ำเล็กน้อย + papules เล็ก 3–5 วัน หายเต็มที่ 7–10 วัน | ครีมชาภายนอก |
โปรแกรมที่เหมาะกับคุณ แพทย์เป็นผู้พิจารณาในวันปรึกษา
คนไข้ส่วนใหญ่เริ่มจากตรงไหน
คนไข้ส่วนใหญ่เริ่มจากฝั่งผิวก่อน เพราะภาระผูกพันน้อยกว่า Juvelook มีราคาเริ่มต้นต่ำที่สุดในกลุ่มนี้ที่ 1,999 บาทต่อซีซี ส่วน Profhilo เป็นโปรแกรมสองครั้งห่างกันหนึ่งเดือน งานฝั่งโครงสร้างเป็นการตัดสินใจที่ใหญ่กว่า — Radiesse เริ่มที่ 15,000 บาทต่อหลอด Sculptra และ Ellansé เริ่มที่ 25,000 บาท — และมักวางแผนหลังจากแพทย์ประเมินแล้วว่าวอลุ่มหายไปมากแค่ไหน ส่วน Rejuran อยู่แยกจากทั้งสองฝั่ง เพราะเลือกใช้เพื่อการซ่อมแซม คือหลุมสิวและผิวใต้ตาที่บางลง มากกว่าเพื่อความกระจ่างใสหรือวอลุ่ม ผลลัพธ์แตกต่างกันในแต่ละบุคคล
ปัญหาแบบไหน เลือกตัวไหน
เจล calcium hydroxylapatite ให้วอลุ่มตั้งแต่วันที่ทำ และผลจากคอลลาเจนตามมาในช่วง 8–12 สัปดาห์
ดูรายละเอียดpoly-L-lactic acid ไม่ได้เพิ่มวอลุ่มในวันที่ทำ วอลุ่มที่ได้คือคอลลาเจนที่สร้างขึ้นเองใน 3–6 เดือน
ดูรายละเอียดpolycaprolactone ให้วอลุ่มตั้งแต่วันที่ทำ ผลจากคอลลาเจนอ่านได้ที่เดือน 3–4 และอยู่ได้ราว 12–18 เดือนในรุ่น S
ดูรายละเอียดโปรแกรมไฮยาลูรอนิกแอซิดแบบไฮบริด สองครั้งห่างกันหนึ่งเดือน เห็นการเปลี่ยนแปลงจากราวสัปดาห์ที่สี่
ดูรายละเอียดบูสเตอร์ PDLLA ผิวกระจ่างขึ้นในราวสองสัปดาห์ ความกระชับจากคอลลาเจนขึ้นสูงสุดราวสัปดาห์ที่แปด
ดูรายละเอียดพอลินิวคลีโอไทด์สกัดบริสุทธิ์จากปลาแซลมอน ใช้เพื่อการซ่อมแซม ทำเป็นคอร์สสามครั้ง ห่างกันสามสัปดาห์
ดูรายละเอียดคำถามที่พบบ่อย
- Sculptra กับ Ellansé เลือกอันไหนดี
- ทั้งคู่สร้างคอลลาเจน ต่างกันที่วอลุ่มมาเมื่อไหร่และอยู่ได้นานแค่ไหน Sculptra คือ poly-L-lactic acid ไม่ได้เพิ่มวอลุ่มในวันที่ทำ ผลที่ได้คือคอลลาเจนที่สร้างขึ้นใน 3–6 เดือน และอยู่ได้ถึงสองปี ส่วน Ellansé คือ polycaprolactone มีเจลที่ให้วอลุ่มตั้งแต่วันที่ทำ ผลจากคอลลาเจนอ่านได้ที่เดือน 3–4 และอยู่ได้ราว 12–18 เดือนในรุ่น S ถ้าต้องการให้เปลี่ยนแบบค่อยเป็นค่อยไปมากกว่าเห็นเร็ว คำตอบมักเป็น Sculptra แพทย์จะยืนยันอีกครั้งตอนปรึกษา
- Radiesse ต่างจากฟิลเลอร์ทั่วไปอย่างไร
- ฟิลเลอร์ไฮยาลูรอนิกแอซิดทั่วไปให้แค่วอลุ่ม อยู่ไปแล้วสลายไป ส่วน Radiesse คือไมโครสเฟียร์ calcium hydroxylapatite ในเจล ตัวเจลให้วอลุ่มแบบเดียวกับฟิลเลอร์ และไมโครสเฟียร์ยังกระตุ้นคอลลาเจนของคุณเองต่ออีก 8–12 สัปดาห์ หลังเจลถูกดูดซึมไปแล้ว นี่คือเหตุผลที่หนึ่งหลอดระบุไว้ที่ 18–24 เดือน ซึ่งนานกว่าตัวเลขของฟิลเลอร์ HA ที่เทียบกันได้
- Profhilo หรือ Juvelook
- คนละวัสดุและทำงานคนละชั้น Profhilo คือไฮยาลูรอนิกแอซิดแบบไฮบริด ฉีดตามจุดที่กำหนดเพื่อเติมความชุ่มชื้นและปรับสภาพผิวทั้งบริเวณ จึงเป็นตัวเลือกปกติสำหรับลำคอและหน้าอกส่วนบนด้วย ไม่ใช่แค่ใบหน้า ทำสองครั้งห่างกันหนึ่งเดือน และอยู่ได้ราวหกเดือน ส่วน Juvelook คือ PDLLA เป็นบูสเตอร์ที่เน้นความกระจ่างใส รูขุมขน และริ้วรอยตื้น ผิวกระจ่างราวสองสัปดาห์ ความกระชับขึ้นสูงสุดราวสัปดาห์ที่แปด คนไข้ที่ต้องการทั้งความกระชับและผิวละเอียดขึ้น มักทำอย่างละอย่างในแผนเดียวกันมากกว่าจะเลือก
- หลุมสิวควรใช้ Rejuran หรือ Juvelook
- Rejuran คือตัวที่ใช้กับรอยแผลเป็น เป็นพอลินิวคลีโอไทด์สกัดบริสุทธิ์จากปลาแซลมอน ใช้เพื่อการซ่อมแซม ทำเป็นคอร์สสามครั้งห่างกันสามสัปดาห์ และมีรายงานการดีขึ้นของหลุมสิวตลอดคอร์สหกเดือน ส่วน Juvelook เป็นบูสเตอร์ PDLLA จุดแข็งอยู่ที่ความกระจ่างใส รูขุมขน และริ้วรอยตื้น ไม่ใช่การแก้รอยแผลเป็น ความลึกและชนิดของหลุมสิวเปลี่ยนคำตอบได้ จึงต้องประเมินที่คลินิก
- ทำร่วมกันได้ไหม
- ได้ โครงสร้างกับคุณภาพผิวเป็นคนละปัญหา แผนที่ดูแลทั้งสองอย่างจึงเป็นเรื่องปกติ สิ่งที่ไม่ทำคือการใส่ผลิตภัณฑ์กลุ่มโครงสร้างสองตัวในบริเวณเดียวกันในการมาครั้งเดียว แพทย์จะเป็นผู้กำหนดว่าอะไรก่อนหลัง และเว้นระยะห่างเท่าไหร่
นำคำถามมาปรึกษาแพทย์ได้ แพทย์จะตรวจว่าปัญหาอยู่ที่ชั้นไหน แล้วบอกว่าควรเป็นตัวใดในนี้