01รอยสิว กับ หลุมสิว ต่างกันอย่างไร

หลังสิวหาย สิ่งที่เหลืออยู่แบ่งได้เป็นสองประเภทที่อยู่คนละชั้นของผิว ประเภทแรกคือ “รอย” ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงของสีผิว ผิวยังเรียบเหมือนเดิม แค่สีต่างจากบริเวณรอบข้าง ประเภทที่สองคือ “หลุม” ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงของรูปทรง — เนื้อเยื่อและคอลลาเจนในชั้นผิวหายไปจริง ทำให้ผิวยุบลงเป็นแอ่ง
ความต่างนี้ตัดสินทุกอย่างที่ตามมา เพราะร่างกายจัดการกับสีได้เอง เม็ดสีสลายได้ หลอดเลือดที่ขยายตัวหดกลับได้ แต่คอลลาเจนที่ถูกทำลายจากการอักเสบรุนแรงไม่ได้สร้างกลับมาเติมแอ่งนั้นเองตามธรรมชาติ
วิธีแยกเบื้องต้นที่ทำเองได้: ส่องไฟจากด้านข้างในมุมเฉียง ถ้าเห็นเงาตกในบริเวณนั้น แปลว่าผิวยุบจริง — เป็นหลุม ถ้าส่องไฟเฉียงแล้วผิวยังเรียบ เห็นแค่สีต่าง — เป็นรอย การส่องไฟตรงหน้าจะไม่เห็นความต่าง เพราะแสงตรงลบเงาทิ้ง
- รอย = สีเปลี่ยน ผิวยังเรียบ จางเองได้ตามเวลา
- หลุม = ผิวยุบ มีเงาเมื่อส่องไฟเฉียง ไม่เต็มขึ้นเอง
- หลายคนมีทั้งสองอย่างพร้อมกันในบริเวณเดียวกัน
02รอยสิวแดง กับ รอยสิวดำ
รอยสิวเองก็แบ่งได้อีกสองแบบ และคนไทยมักเรียกแยกกันอยู่แล้วโดยไม่รู้ว่าเป็นคนละกลไก
รอยแดงเกิดจากหลอดเลือดฝอยที่ขยายตัวค้างอยู่หลังการอักเสบ สีจึงออกแดงหรือชมพู กดแล้วสีมักจางลงชั่วขณะ ส่วนรอยดำหรือน้ำตาลเกิดจากเม็ดสีที่ถูกกระตุ้นให้สร้างมากขึ้นระหว่างการอักเสบ กดแล้วสีไม่เปลี่ยน
งานวิจัยจากคณะแพทยศาสตร์ในประเทศไทยที่ศึกษาการรักษาสิวแบบแบ่งครึ่งหน้า วัดคะแนน 'รอยแดงหลังสิว' และ 'รอยดำหลังการอักเสบ' แยกกันเป็นคนละตัวชี้วัด ซึ่งสะท้อนว่าทั้งสองเป็นคนละปรากฏการณ์และเปลี่ยนแปลงคนละแบบตลอดช่วง 12 สัปดาห์ของการศึกษา
ในทางปฏิบัติ ทั้งสองแบบจางได้เองแต่ใช้เวลาต่างกัน และสิ่งที่ทำให้ช้าลงที่สุดคือแดด รอยดำหลังการอักเสบไวต่อแสงแดดมาก การกันแดดจึงไม่ใช่คำแนะนำทั่วไปแต่เป็นตัวแปรหลักว่ารอยจะจางใน 3 เดือนหรือ 12 เดือน
03หลุมสิวมีกี่แบบ
งานทบทวนวิชาการใช้ระบบจำแนกหลุมสิวชนิดยุบ (atrophic) เป็นสามแบบ ซึ่งเป็นระบบที่ใช้กันทั่วไปในวงการผิวหนัง และเป็นเหตุผลว่าทำไมสองคนที่ 'เป็นหลุมสิวเหมือนกัน' ถึงได้ผลจากวิธีเดียวกันไม่เท่ากัน
Ice pick (หลุมจิก)
Boxcar (หลุมก้นแบน)
Rolling (หลุมคลื่น)
คนส่วนใหญ่มีมากกว่าหนึ่งแบบบนใบหน้าเดียวกัน การประเมินจริงต้องดูใต้แสงเฉียงและคลำผิว การจำแนกด้วยตนเองจากรูปถ่ายมักคลาดเคลื่อน
04แต่ละแบบ กวนใจคนละแบบ
สิ่งที่คนไข้เล่าในห้องตรวจมักไม่ใช่ชื่อทางการแพทย์ แต่เป็นสถานการณ์ที่ทำให้รู้สึกแย่ ซึ่งพอฟังดี ๆ จะพบว่าสถานการณ์เหล่านั้นบอกชนิดของหลุมได้ค่อนข้างตรง
- **หลุมจิก (ice pick)** — “แต่งหน้าแล้วยิ่งเห็น” เพราะรองพื้นไหลลงไปกองในรูแคบแล้วทำให้ปากหลุมเข้มขึ้นแทนที่จะกลบ มักบ่นว่าเห็นชัดที่สุดในแสงไฟออฟฟิศที่ส่องจากเพดานลงมาตรง ๆ และมักอยู่แถวแก้มกับขมับ เป็นแบบที่คนพยายามแก้เองด้วยสกินแคร์นานที่สุดก่อนยอมมาปรึกษา เพราะดูเผิน ๆ เหมือน “รูขุมขนกว้าง”
- **หลุมก้นแบน (boxcar)** — “ถ่ายรูปแล้วหน้าเป็นคลื่นทั้งที่ส่องกระจกไม่เห็น” ขอบที่คมทำให้เกิดเงาชัดเจนเวลาโดนแฟลชหรือแสงจากด้านข้าง คนกลุ่มนี้มักเล่าว่าเกลียดรูปที่คนอื่นถ่ายให้ แต่รูปที่ตัวเองถ่ายหน้ากระจกกลับดูโอเค เพราะมุมแสงต่างกัน
- **หลุมคลื่น (rolling)** — “ประชุมออนไลน์แล้วหน้าดูโทรมกว่าตัวจริง” เป็นแบบที่ขึ้นกับมุมแสงมากที่สุด เพราะไม่มีขอบชัดแต่เป็นลอนกว้าง กล้องเว็บแคมที่วางต่ำและแสงจากหน้าต่างด้านข้างจะขับลอนนั้นออกมาเต็มที่ หลายคนยังสังเกตว่าเห็นชัดขึ้นเมื่อยิ้มหรือขยับหน้า เพราะพังผืดที่ดึงรั้งอยู่ใต้ผิวถูกดึงตาม
- **จุดร่วมของทั้งสามแบบ** — เห็นชัดเจนเมื่อแสงมาจากด้านข้างหรือด้านบน และแทบหายไปเมื่อแสงมาตรงหน้า นี่คือเหตุผลที่หลายคนรู้สึกว่า “บางวันหน้าดี บางวันหน้าพัง” ทั้งที่ผิวไม่ได้เปลี่ยน — สิ่งที่เปลี่ยนคือแสง

05เทคโนโลยีแต่ละกลุ่ม ทำงานกับอะไร
งานทบทวนปี 2019 ที่ใช้ระบบจำแนกข้างต้น รวบรวมกลุ่มวิธีการที่มีการศึกษาไว้ ได้แก่ การตัดพังผืดใต้ผิว (subcision) การตัดหลุมออกและยกขอบ (punch excision/elevation) การฉีดสารเติมเต็ม การลอกผิวด้วยสารเคมี การกรอผิว การกระตุ้นผิวด้วยเข็มขนาดเล็ก (microneedling) และหัตถการที่ใช้พลังงาน (energy-based devices) โดยระบุว่าในทศวรรษที่ผ่านมามีแนวโน้มใช้สารเติมเต็มและหัตถการพลังงานมากขึ้น
เหตุผลที่วิธีต่างกันตามชนิดหลุมอยู่ที่ 'ความลึกที่วิธีนั้นเข้าถึง' หลุมแบบคลื่นที่เกิดจากพังผืดดึงรั้งใต้ผิว ต้องจัดการที่พังผืดนั้น ไม่ใช่ที่ผิวด้านบน ส่วนหลุมแคบลึกแบบ ice pick เป็นแบบที่ท้าทายที่สุดเพราะรูปทรงแคบและลึก วิธีที่ทำงานเป็นบริเวณกว้างจึงมักไม่พอ
หัตถการที่ใช้พลังงาน เช่น เลเซอร์แบบแฟรกชันนัล หรือคลื่นวิทยุร่วมกับเข็มขนาดเล็ก ทำงานโดยสร้างบาดแผลขนาดเล็กมากอย่างควบคุมได้ในชั้นผิว เพื่อกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนขึ้นใหม่ในบริเวณที่เคยสูญเสียไป จึงเหมาะกับหลุมที่ต้องการ 'เติมเนื้อจากภายใน' มากกว่าหลุมที่มีต้นเหตุเชิงกลไกอย่างพังผืดดึงรั้ง
ที่ต้องบอกให้ครบ: งานทบทวนเดียวกันระบุว่างานวิจัยคุณภาพสูงเรื่องนี้มีน้อย และหลายการศึกษาไม่ได้ระบุชนิดของหลุมไว้ ทำให้เปรียบเทียบผลระหว่างวิธีได้ยาก นี่คือเหตุผลที่การประเมินรายบุคคลสำคัญกว่าการเลือกตามที่คนอื่นบอกว่าได้ผล
06ความคาดหวัง ที่ตรงความจริง
ข้อความที่ตรงไปตรงมาที่สุดจากงานทบทวนวิชาการคือ หลุมสิวสามารถทำให้ดีขึ้นได้ด้วยวิธีทางการแพทย์หรือการผ่าตัดหลายแบบ แต่ไม่สามารถทำให้กลับเป็นผิวปกติได้อย่างสมบูรณ์ เป้าหมายที่เป็นจริงจึงเป็นการลดความชัดของหลุมและทำให้แสงตกกระทบเรียบขึ้น ไม่ใช่การลบให้หายสนิท
ในทางปฏิบัติแปลว่า การรักษาหลุมสิวมักต้องทำหลายครั้ง อาจใช้มากกว่าหนึ่งวิธีร่วมกันตามชนิดหลุมที่มี และผลจะค่อย ๆ ปรากฏตามรอบการสร้างคอลลาเจนซึ่งใช้เวลาเป็นเดือน ไม่ใช่เป็นสัปดาห์
สิ่งที่ให้ผลตอบแทนสูงที่สุดจึงไม่ใช่การตามแก้หลุม แต่คือการคุมสิวที่กำลังอักเสบให้สงบเร็วที่สุด เพราะหลุมเกิดจากการอักเสบที่ทำลายคอลลาเจน ยิ่งอักเสบนานและรุนแรง โอกาสเกิดหลุมยิ่งสูง การบีบหรือแกะเองยิ่งเพิ่มการอักเสบและเพิ่มโอกาสเกิดหลุมโดยตรง
ข้อมูลในบทความนี้มีไว้เพื่อความเข้าใจทั่วไป ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล การใช้ยารักษาสิวทั้งชนิดทาและชนิดรับประทานต้องอยู่ภายใต้การประเมินและติดตามของแพทย์
อยากปรึกษาคุณหมอใช่ไหม?
ส่งรูปหรือเล่าปัญหามาทางไลน์ ทีมหมอจะแนะนำคอร์สและช่วงราคาให้ก่อนเข้าคลินิก
07คำถามที่พบบ่อย
หลุมสิว หายเองได้ไหม+
หลุมสิว รักษาหายไหม+
หลุมสิวมีกี่แบบ+
รอยสิวกี่วันหาย+
รอยสิวแดง เกิดจากอะไร+
กดสิวช่วยเรื่องหลุมสิวไหม+
เลเซอร์หลุมสิว กี่ครั้งถึงเห็นผล+
08ภาพประกอบเพิ่มเติม

09แหล่งอ้างอิงเพิ่มเติม
- Boen M, Jacob C. A Review and Update of Treatment Options Using the Acne Scar Classification System. Dermatol Surg. 2019;45(3):411–422.Atrophic acne scars divide into icepick, rolling and boxcar types. Therapies span subcision, punch excision and elevation, injectable fillers, chemical peels, dermabrasion, microneedling and energy-based devices — with f…
- Jansen T, Podda M. Therapy of acne scars. J Dtsch Dermatol Ges. 2010;8(Suppl 1):S81–S88.Once the scar type is defined, appropriate treatment can be offered — but acne scars can be improved by medical or surgical methods and never entirely reversed. Erythema and, less often, pigmentary change may accompany t…
- Kaewsanit T, Chakkavittumrong P, Waranuch N. Clinical Comparison of Topical Treatments in Mild to Moderate Facial Acne Vulgaris. J Clin Aesthet Dermatol. 2021;14(6):35–41. (Thammasat University, Thailand)A Thai split-face study scoring post-acne erythema and post-inflammatory hyperpigmentation as separate measures — the two are distinct phenomena that behave differently over a 12-week course.
อ้างอิงจากแหล่งภายนอก · ตรวจสอบล่าสุด 2026-08-18